หน้าแรกกระดานข่าวพันธกิจ /วิสัยทัศน์ประวัติ ความเป็นมาติดต่อเราแผนที่Engมุมนักลงทุน-Investor


   Member Login
E-mail:
Password:
 ลืมรหัส?
[ สมัครสมาชิกใหม่ ]



 
Categories


   Services
Gallery รวมภาพ
กระดานข่าว

  
ค้นหาข้อมูล


   Module

Online: 3

Admin


Categories: บทความ
พลังงานจากพืชทางสองแพร่งที่ต้องเลือก ระหว่างอาหารหรือเชื้อเพลิง
13-09-2010 Views: 5481
เมื่อเร็วๆนี้ นาง Vandana Shiva ชาวอินเดีย นักคิดและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของโลก ซึ่งเคยได้รับรางวัล Nobel Peace Prize ในสาขา การส่งเสริมสิทธิในการดำรงชีวิตอยู่ของชุมชน ได้นำเสนอข้อเขียนที่สะท้อนให้โลก ได้ตระหนักถึงผลกระทบข้างเคียงที่มีต่อการพัฒนาพลังงานจากพืช ในบทความที่มีชื่อว่า “พลังงานชีวมวล กับหนทางที่ตีบตัน” เธอชี้ว่า ปัญหาของโลกขณะนี้เกิดจากการมาบรรจบของวิกฤตหลักของโลก 2 ปัจจัย ด้วยกัน อย่างแรก คือวิกฤตภาวะโลกร้อนที่กำลังคุกคามมนุษยชาติและสรรพชีวิต ที่อาศัยอยู่ในโลกขณะนี้ ประการที่สอง การถึงจุดอิ่มตัวของเชื้อเพลิงจากฟอสซิล โดยเฉพาะ อย่างยิ่งน้ำมันที่มาถึงจุด Peak ทำให้สิ้นสุดยุคน้ำมันราคาถูกส่งผลกระทบต่อการผลิตใน ภาคอุตสาหกรรม และการบริโภค ในระดับโลก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วิกฤตดังกล่าวทำให้ มนุษย์เริ่มตระหนักและคิดถึงแนวทางในการแก้ปัญหา ด้วยแนวทางใหม่ และการพัฒนา พลังจากพืชหรือพลังชีวมวลเป็นแนวทางหนึ่งที่ถูกเลือกมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยความเชื่อที่ว่า การบริโภคพลังงานชีวมวลจะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขึ้นสู่บรรยากาศ เหตุผลต่อมาก็คือ ความเชื่อที่ว่าการที่รัฐให้การสนับสนุนพลังงานชีวมวล จะเป็นการ ส่งเสริมภาคการเกษตรซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจน ให้มีการผลิตพืชผลเพื่อป้อนให้กับตลาด พลังงานให้มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการครองชีพ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม Shiva ชี้ว่า สมมุติฐานที่เป็นจุดประสงค์ในการพัฒนาพลังงาน ชีวมวล ในเบื้องต้นนั้น ไม่เป็นจริงเสมอไป ทั้งนี้ เธอได้ให้เหตุผลว่า คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่า ปัญหาวิกฤติภาวะโลกร้อนส่วนใหญ่ เกิดขึ้นที่อากาศ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่จะรู้ว่าสาเหตุหลักนั้น เกิดขึ้นที่ดิน ทั้งนี้เพราะดินและพืชได้ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถึง 3 เท่าของอากาศ ดังนั้นการ ทำให้สภาพดินเสื่อมโทรมลง ก็เท่ากับ ไปทำลายความสามารถในการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของดิน และส่งผลทำให้ดินปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนได์ออกไซด์ขึ้น สู่บรรยากาศ ความพยายามที่จะสับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล โดยหนั มาพฒั นาพลงั งานจากพชื แทน นา่ จะเปน็ แนวทางในการแกป้ ญั หา อย่างหนึ่ง แต่ไปก่อให้เกิดปัญหา อีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมา ซึ่งไม่ยั่งยืน Vandana Shiva ใหเ้หตผุ ลวา่ โลกสรา้ งดนิ มาเพอื่ เปน็ แหลง่ เพาะพนั ธอุ์ าหาร ใหก้ บั มวลมนษุ ย ์ ดงั นนั้ ความพยายามในการจะเปลยี่ นบทบาทของดนิ ให้มาผลิตพลังงานแทน จึงเป็นหายานะอย่างใหญ่หลวง ที่ส่งผลต่อ ทั้งสภาพอากาศที่เลวร้ายลง ความเสื่อมโทรมของดินอันเนื่องมาจาก การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมหาศาลเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการ ผลิตพืช พลังงาน ส่งผลไปถึงวิกฤติการ ขาดแคลนอาหารในที่สุด กับความเข้าใจผิด ที่ว่าการพัฒนาพลังงานจากพืชจะช่วยลด การพึ่งเชื้อเพลิงปิโตรเลียม เพราะเมื่อพิจารณาจากกระบวน การผลิตทั้งหมด เริ่มตั้งแต่น้ำมันที่จะต้องใส่ลงในรถแทรกเตอร์ เพอื่ ใชใ้ นการพรวนดนิ และเกบ็ เกยี่ ว พชื ผลการผลติ วตั ถดุ บิ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง อาทิ ปุ๋ยเคมี เหล่านี้ล้วนต้องอาศัยเชื้อเพลิงแทบทั้งสิ้น มีการประเมินว่าจะต้องใช้พลังงานจำนวน 10 แคลอรี่ เพื่อผลิตพลังที่ได้จากพืชเพียง 1 แคลอรี่ เท่านั้น ในสหรัฐอเมริกา ดร. David Pimented และ ดร.Ted Patzek จากมหาวิทยาลัย Cornell และ Berkeley ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบจำนวนพลังงานที่ได้รับ (OUT PUT) จากพืชพลังงานแต่ละชนิด ที่มีต่อการใช้ Gasoline เพื่อการผลิตพลังงานชีวมวลต่อหน่วย ผลการศึกษาชี้ชัดออกมาว่า ข้าวโพดจะให้พลังงาน 0.778 หน่วยต่อการใช้เชื้อเพลิงเพื่อการผลิต 1 หน่วย ในขณะที่ Switchgrass คืนพลังงานให้เพียง 0.688 หน่วย กรณีพืชที่นำมาผลิต Diesel อย่าง Soybeon ให้พลังงานน้อยมากเพียง 0.534 หน่วย เท่านั้น คำถามจึงมีอยู่ว่า หากผลตอบแทนไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ทำไมอุตสาหกรรมด้าน พลังงานชีวมวลเหล่านี้ จึงสามารถดำเนินต่อไปได้ คำตอบอยู่ที่ นโยบายการจัดสรรเงินชดเชย ของแต่ละประเทศที่เข้าไปสนับสนุน อุตสาหกรรมเหล่านี้ ในสหรัฐอเมริการัฐบาลกลาง ต้องจัดสรรงบประมาณเป็นต้นทุนเพื่อไปสนับสนุนการผลิต ethanol ประมาณ 0.29 ถึง 0.36 ดอลลาร์ต่อลิตร ในยุโรปสูงถึง 1 ดอลลาร์ต่อลิตร คาดว่าในปี ค.ศ 2012 สหรัฐฯจะเพิ่มเงินชดเชยเป็น 2 เท่าเพื่อการผลิต ethanol ประมาณ 0.51 ดอลลาร์ต่อลิตร ทำให้ ต้นทุนโดยรวมที่คนอเมริกันจะต้องจ่ายเป็นค่าชดเชยในการผลิต corn ethanal สูงถึง 8.4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี นโยบายการชดเชยพลังงานชีวมวลของรัฐส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร เพื่อสนับสนุน ความต้องการให้กับมวลมนุษย์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เห็นจะได้แก่ สหรัฐอเมริกา ในปี 2007 ได้มีการเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวโพดเพื่อสนับสนุนการผลิต ethanal ในปริมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการของชาวโลก ส่งผลทำให้เกิดภาวะการขาดแคลน ขา้ วโพดเพอื่ นำมาผลติ อาหาร รวมไปถงึ ราคาขา้ วโพดทพี่ งุ่ สงู ขนึ้ อยา่ งรนุ แรง เหน็ ไดช้ ดั วา่ นโยบาย ชดเชยราคาพืชพลังงานบิดเบือนนโยบายด้านการเกษตรของรัฐ ไปส่งเสริมเกษตรกร ที่ผลิต อาหารป้อนให้กับชาวโลก เปลี่ยนมาผลิตพืชพลังงานแทน อุตสาหกรรมพืชพลังงาน ส่งเสริม ให้มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยว(Mono agriculture) ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพของพืช ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยเคมี อย่างท่วมท้นยิ่งเท่ากับไปทำลายคุณภาพและ พลังงานจากพืชทางสองแพร่งที่ต้องเลือก ระหว่างอาหารหรือเชื้อเพลิง เมื่อเร็วๆนี้ นาง Vandana Shiva ชาวอินเดีย นักคิดและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของโลก ซึ่งเคยได้รับรางวัล Nobel Peace Prize ในสาขา การส่งเสริมสิทธิในการดำรงชีวิตอยู่ของชุมชน ได้นำเสนอข้อเขียนที่สะท้อนให้โลก ได้ตระหนักถึงผลกระทบข้างเคียงที่มีต่อการพัฒนาพลังงานจากพืช ในบทความที่มีชื่อว่า “พลังงานชีวมวล กับหนทางที่ตีบตัน” ความสามารถในการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของดิน ทำให้ดินและพืชปลดปล่อย ไนตรัสออกไซด์ หรือN2O ขึ้นสู่บรรยากาศ เท่ากับไปสนับสนุนให้เกิดภาวะโลกร้อน เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับการเกษตรและอากาศเท่านั้นที่ถูกคุกคาม แม้กระทั่งน้ำ ซึ่งเป็น ปจั จยั สำคญั ตอ่ การดำรงชวี ติ ของคน กก็ ำลงั อยใู่ นภาวะวกิ ฤตดว้ ย สถาบนั จดั การนำ้ ระหวา่ งประเทศ (IWMI) รายงานว่า นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 เป็นต้นไปโลกมีความต้องการน้ำเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20-55 เพื่อผลิตอาหารให้กับประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นอีก 2-3 พันล้านคน ในขณะที่องค์กร อนามัยโลกได้ให้ข้อมูลว่า โดยเฉลี่ยคนจะใช้น้ำ 20 ลิตรต่อคนต่อวัน แต่การส่งเสริมอุตสาหกรรม ผลิตพืชพลังงาน จะไปเร่งกิจกรรมการใช้น้ำเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในขณะที่แหล่งน้ำเพื่อการผลิต อาหารก็แทบจะไม่เพียงพออยู่แล้ว ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือประเทศจีนซึ่งมีเป้าหมาย จะเพิ่มการผลิตพลังงานจากชีวมวลเป็น 4 เท่า จากปี ค.ศ. 2002 จีนผลิต ethanal จำนวน 3.6 พันล้านลิตร เพิ่มเป็น 10 พันล้านลิตร ส่งผลให้จีนต้องปลูกข้าวโพดเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 26 ของพื้นที่การเกษตร ทำให้การใช้น้ำต่อหัวของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 70 ลิตรต่อวัน ทันที ในขณะที่ อิตาลีมีแผนที่จะปลูกพืชพลังงาน เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 5 ส่งผลทำให้ภายในปี ค.ศ. 2510 อิตาลี จะต้อง จัดหาพื้นที่สำหรับทำฟาร์มเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 69 รวมทั้ง การจัดหา ทรัพยากรน้ำ เพิ่มขึ้นร้อยละ 102 และเพิ่มการ ใช้ปุ๋ยเคมีอีก ร้อยละ 40 ป่าในลุ่มน้ำอะเมซอน ในประเทศบราซิล ซึ่งถือได้ว่า เป็นปอดของโลก กำลังถูกคุกคาม ด้วยการเกลี่ยดินด้วยรถแทรกเตอร์นับ หมื่นๆ คัน เพื่อเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่สำหรับปลูกถั่วเหลือง นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 พื้นที่ป่าลุ่มน้ำอะเมซอน ถูกเกลี่ยพื้นที่ ไปแล้วร่วมแสนกิโลเมตร เพื่อผลิตพลังงานชีวมวล ในขณะที่ ป่าฝนในอินโดนีเซียถูกถางไป แล้วกว่า 7 ล้านเอเคอร์ เพื่อปลูกปาล์มเพื่อผลิตพลังงานป้อนรถยนต์ ทำให้คนยากจนกำลังสูญเสียพื้นดินและน้ำเพื่อการผลิตอาหาร กับข้อสนับสนุนที่ว่า การส่งเสริมพืชพลังงาน จะเป็นการส่งเสริม อาชีพของคนจนนั้น Vandana Shiva แสดงความเห็นว่า หลักการดังกล่าว ดูเหมือนจะไม่เป็นความจริง ในประเทศบราซิล บริษัทที่ผลิตพืชพลังงาน อาทิ Monsanto , Dupont, หรือ Cargill ล้วนแต่เป็นกลุ่มทุนข้ามชาติ แทบทั้งสิ้น ไม่มีธุรกิจไหนที่เป็นของชุมชน บริษัทเหล่านี้จะมีทุนมหาศาล และทำธุรกิจเกื้อกูลกัน อาทิเจ้าของฟาร์มจะทำธุรกิจเกี่ยวเนื่อง กับบริษัทผลิตปุ๋ยเคมี และบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์เพื่อการผลิตพืชพลังงาน คนจนจะอยู่ในฐานะเป็นเพียงผู้รับจ้างทำงานในฟาร์มหรือในโรงงาน อุตสาหกรรม เท่านั้น เช่นเดียวกันในประเทศไทย ใครเป็นเจ้าของพื้นที่ สำหรับปลูกพืชพลังงาน ใครเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล คนจน หรือว่านายทุน (ความคิดเห็นของผู้เขียน) Shiva ชี้ว่า อุตสาหกรรมพืชพลังงานเน้น การปลูกพืชประเภทเดียว ในพื้นที่มากๆ ซึ่ง นอกจากจะทำลายความหลากหลายทางชีวพันธ์ในพื้นที่ป่าแล้ว ยังทำลายระบบอาหารในท้องถิ่น ที่คนจน เคยพึ่งพามายาวนานนับศตวรรษ Shiva สรุปข้อเขียนของเธอ จากข้อคิดเห็นของ Professors Ted Pat ว่า สหรัฐอเมริกาสูญเสียทั้งเงิน เวลา และทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน,น้ำ,อากาศ) กับการ พัฒนาอุตสาหกรรมพืชพลังงาน ความคิดที่จะผลิตพลังงานชีวมวลเพื่อมาทดแทน พลังงานจาก ฟอสซิล ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ รองไตร่ตรองดู ในปี ค.ศ. 2006 สหรัฐฯใช้พื้นที่ 20 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ปลูกข้าวโพดเพื่อผลิต ethanal จำนวน 5 พันล้านแกลลอน ซึ่งสามารถ ทดแทนการใช้น้ำมันได้เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ แต่หากใช้พื้นที่ 100 เปอร์เซ็นต์สำหรับการปลูกข้าวโพด จะสามารถทดแทนการใช้น้ำมันได้ 7 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อคิดรวมกับการปลูกพืชพลังงาน ชนิดอื่นอย่างเช่นถั่วเหลือง ก็อาจจะสามารถทดแทน gasoline เพิ่มขึ้นอีกเป็น 12 เปอร์เซ็นต์ และ 6 เปอร์เซ็นต์ของดีเซล ในการที่จะตอบสนองความต้องการเชื้อเพลิง ปิโตรเลียม ด้วยการทดแทนด้วยพลังงานชีวมวล สหรัฐฯจะต้องใช้พื้นที่ถึง 1.4 ล้านตารางไมล์สำหรับ พื้นที่การปลูกข้าวโพดเพื่อผลิต ethanal และใช้พื้นที่อีก 8.8 ล้านตารางไมล์สำหรับการ ปลูกถั่วเหลือง ซึ่งเท่ากับพื้นที่ที่ใช้ทำการเกษตรทั้งหมดของสหรัฐฯ เมื่อรวมกับพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่โล่งทั้งหมด ยังไม่สามารถผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลได้เท่ากับครึ่งหนึ่ง ของน้ำมันที่ใช้ในการ บริโภค ในแต่ละปี และนี่คือข้อสรุปที่ชี้ให้เห็นว่า ชีวมวล ไม่ได้เป็นเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน และไม่ใช่แนวทาง ในการแก้ปัญหาเรื่อง oil peak และวิกฤตด้านอากาศ แต่อย่างใด สำหรับประเทศไทย เราอยากจะเป็นผู้นำด้านไหนกันแน่ ครัวโลกหรือหรือผู้ผลิตพลังงานชีวมวลที่โดดเด่นในระดับ ภูมิภาค เมื่อสภาพดินในประเทศเสื่อมโทรมลงอย่างที่สุด เราอาจต้องสูญเสียความใฝ่ฝันทั้ง 2 ด้าน ไปในที่สุด ลองหัดคิดอะไรที่เป็น Scale ระดับเล็กๆ หรือระดับกลางๆดูบ้าง เพราะความพอเหมาะพอควร พอดี นี่แหละคือ ประสิทธิภาพสูงสุด แปลจากข้อเขียนเรื่อง Soil not oil โดยVandana shiva


Categories: บทความ
Page: 1 2

TPCH เตรียมยื่นประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลใน 3 จังหวัดภาคใต้ 36 MW พ.ค.นี้
TPCH เตรียมยื่นประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลใน 3 จังหวัดภาคใต้ 36 MW พ.ค.นี้
บ้านปูฯ ยื่นประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 จังหวัดชายแดนใต้
บ้านปูฯ ยื่นประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 จังหวัดชายแดนใต้
สร้างสมดุลเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน
สร้างสมดุลเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน
ปลดล็อคพลังงานขยะ เพื่อสิ่งแวดล้อม-พลังงาน และเศรษฐกิจชุมชน
ปลดล็อคพลังงานขยะ เพื่อสิ่งแวดล้อม-พลังงาน และเศรษฐกิจชุมชน
ขึ้นหน้าแรกหนังสือพิมพ์เสียงอีสาน
ขึ้นหน้าแรกหนังสือพิมพ์เสียงอีสาน
3 สมาคมโรงงานน้ำตาล หนุนผลิตไฟฟ้าจากกากอ้อย
3 สมาคมโรงงานน้ำตาล หนุนผลิตไฟฟ้าจากกากอ้อย
ก.พลังงาน เห็นชอบรับซื้อไฟฟ้าฯ ด้วยระบบ ADDER 10 โครงการ พร้อมเร่งผลักดันพลังงานแสงอาทิตย์ อีก 92 โครงการ ( 11 พ.ค. 58 )
ก.พลังงาน เห็นชอบรับซื้อไฟฟ้าฯ ด้วยระบบ ADDER 10 โครงการ พร้อมเร่งผลักดันพลังงานแสงอาทิตย์ อีก 92 โครงการ ( 11 พ.ค. 58 )
เร่งแผนพลังงานทดแทนใน มิย. - กค. นี้
เร่งแผนพลังงานทดแทนใน มิย. - กค. นี้
ส.อ.ท.จี้รัฐปฏิรูปการคัดแยกขยะหนุนสร้างโรงไฟฟ้า
ส.อ.ท.จี้รัฐปฏิรูปการคัดแยกขยะหนุนสร้างโรงไฟฟ้า
นโยบายรับซื้อไฟฟ้าชัดเจน ปลดล็อกพลังงานทดแทน
นโยบายรับซื้อไฟฟ้าชัดเจน ปลดล็อกพลังงานทดแทน
ก.พลังงานเร่ง 3 โครงการพลังงานทดแทน หวังดึงเม็ดเงินลงทุนครึ่งปีหลัง
ก.พลังงานเร่ง 3 โครงการพลังงานทดแทน หวังดึงเม็ดเงินลงทุนครึ่งปีหลัง
Adder หรือเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า สำหรับ VSPP
Adder หรือเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า สำหรับ VSPP
แผนพีดีพีใหม่ ปลอดนิวเคลียร์
แผนพีดีพีใหม่ ปลอดนิวเคลียร์
รายละเอียดโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ
รายละเอียดโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ
โครงการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม
โครงการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม
ตอนที่ 2 กู้อย่างไรให้ผ่านฉลุย
ตอนที่ 2 กู้อย่างไรให้ผ่านฉลุย

Page: 1 2




   คณะผู้บริหาร



   ลิงค์หน่วยงานสำคัญ
¡ÃзÃǧ¾Åѧ§Ò¹
¡ÒÃä¿¿éÒ½èÒ¼ÅÔµ
¡ÒÃä¿¿éÒ¹¤ÃËÅǧ
¡ÒÃä¿¿éÒÊèǹÀÙÁÔÀÒ¤

http://maxwatt.in/
TURBINE MAXWATT

http://www.camda.cc/
ESP TENGY

ธนาคารแห่งประเทศไทย
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

หน้าแรก  |  พันธกิจ /วิสัยทัศน์  |  ประวัติ ความเป็นมา  |  ติดต่อเรา  |  แผนที่  |  Eng  |  มุมนักลงทุน-Investor
Copyright©2017 Biomass-Consult.com / Email:
 
by North-Services