หน้าแรกกระดานข่าวพันธกิจ /วิสัยทัศน์ประวัติ ความเป็นมาติดต่อเราแผนที่Engมุมนักลงทุน-Investor


   Member Login
E-mail:
Password:
 ลืมรหัส?
[ สมัครสมาชิกใหม่ ]



 
Categories


   Services
Gallery รวมภาพ
กระดานข่าว

  
ค้นหาข้อมูล


   Module

Online: 1

Admin


Categories: บทความ

สร้างสมดุลเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน
28-07-2016 Views: 4490
สร้างสมดุลเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน ใน พ.ศ.นี้ ภาคเกษตรกรรมคงต้องยอมรับว่าพลังงานทดแทนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ชีวมวล" กำลังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ภาคเกษตรมีความยั่งยืนและเข้มแข็งขึ้น วันนี้ไทยอาจไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ส่งออกพืชตัวใดตัวหนึ่งเป็นอันดับ 1 ของโลก และอาจไม่จำเป็นต้องเป็นครัวของโลก หากโลกนี้ยังคงกดราคาอาหารและสร้างเงื่อนไขมากมายกับการส่งออกของไทย แต่สิ่งที่จำเป็นที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก จำนวน 165,000 ตารางกิโลเมตร ให้เกิดความสมดุล ไม่ต้องประกันราคาหรือจำนำกันทุกรัฐบาล ชาวไร่ไม่ต้องนำพืชราคาตกมาเทประท้วงตามท้องถนน เราปลูกในสิ่งที่เราจำเป็นส่งออกเท่าที่เราเหลือนำส่วนเกินและเศษเหลือทิ้งมาผลิตพลังงานทดแทนลดการนำเข้าพลังงานจากซากดึกดำบรรพ์ (Fossil) ภาคเกษตรกรรมและพลังงานถูกหลอมรวมกันในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้อย่างแนบเนียนจนแยกไม่ค่อยออก หรือบางท่านก็ไม่ทราบด้วยซ้ำว่า นี่คือ “เกษตรพลังงาน” สมมติว่าถ้ามีใครถามว่า “วันนี้ท่านใช้พลังงานทดแทนแล้วหรือยัง…?” บางท่านอาจทำหน้างง ๆ ตอบไม่ถูกแล้วคิดไปเองว่าเป็นปมด้อยหากไม่ใช้พลังงานทดแทน แต่แท้ที่จริงแล้วพลังงานทดแทนไทยแทรกอยู่ในทุกแห่งหนของชีวิตประจำวันคนไทยไปแล้ว พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 2-3% ที่ขายเข้าสายส่งไปแล้วกระจายไปทั่วประเทศ ทำให้ไฟที่ชาร์จมือถือของท่านก็มีส่วนที่ผลิตจากพลังงานทดแทน น้ำมันเบนซินและดีเซลมีส่วนผสมของพลังงานทดแทน 5 - 85% และยิ่งไปกว่านั้นหาก พ.ร.บ.พลังงานทดแทน ที่ทาง คสช.กำลังทำคลอดอยู่รอดเป็นทารกและเติบโตแข็งแรง วันนั้นจะไม่มีใครถามว่า “วันนี้คุณใช้พลังงานทดแทนแล้วหรือยัง” เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว ก็จะนำท่านที่อยู่นอกวงการไปรู้จักกับเกษตรพลังงานตัวแม่ นั่นก็คือ “อ้อยและน้ำตาล” ที่บรมครูสุนทรภู่เคยกล่าวไว้ว่า “อันอ้อยตาลหวานสิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย” ในยุคสมัยนี้ลมปากอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลจึงมีอัตราแบ่งปันกันตามกฎหมาย 70 : 30 ชาวไร่ลงทุนลงแรงมากกว่าแบ่งไป 70% ซึ่งเพียงพอให้ชาวไร่อ้อยลืมตาอ้าปาก มีรถปิคอัพคันงามขับรับ-ส่งครอบครัว ทุกวันนี้เกือบทุกชิ้นส่วนของอ้อยได้นำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นกากน้ำตาล ชานอ้อย ใบอ้อย ฯลฯ นำมาผลิตไฟฟ้าและเอทานอลผสมเบนซินเติมรถเก๋งคันหรูอยู่ทั่วเมือง พืชอันดับต่อไป ก็คือ ปาล์มน้ำมัน พืชพลังงานที่หล่อเลี้ยงพี่น้องชาวภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก มาโดยตลอด ถึงแม้จะถูกการเมืองแทรกแซงนำน้ำมันปาล์มเข้ามาบ้าง แต่ชาวสวนปาล์มก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ปาล์มน้ำมันมีความคล้ายคลึงกับอ้อยคือ หลังจากสกัดน้ำมัน ที่เราเรียกว่า CPO : Crude Palm Oil ออกไปแล้วจะเหลือทลายปาล์มเปล่า เหมือนอ้อยที่มีชานอ้อยเหลืออยู่ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล หรือนำไปหมักเอาก๊าซชีวภาพสุดแล้วแต่ต้องการพลังงานชนิดไหน ปัจจุบันกระทรวงพลังงานชาญฉลาดใช้ไบโอดีเซลที่ผลิตจาก CPO เป็นเครื่องมือในการรักษาดุลยภาพราคาผลปาล์ม ระหว่างการใช้เป็นอาหารและพลังงาน โดยช่วงปาล์มขาดแคลนก็ผลิตไบโอดีเซลน้อยลง ผลิตน้ำมันพืชบริโภคมากขึ้น ดังนั้นไบโอดีเซลบ้านเราจึงมีเกรดเดียว อาจเรียก กรีนดีเซล ก็คงไม่ผิด วันนี้ส่วนผสมของไบโอดีเซล B100 (100%) อยู่ระหว่าง 1% - 7% ในอนาคตอันใกล้อาจผสมได้ถึง 10% นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีในการผลิตไบโอดีเซลใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัยอยู่ในระหว่างการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ มันสำปะหลัง เป็นพืชที่เคยถูกจัดอันดับให้เป็นพืชที่มีผลตอบแทนต่อไร่ต่ำที่สุด เมื่อใดที่มีพืชตัวใหม่จะเข้ามาส่งเสริมเป็นต้องใช้ราคามันสำปะหลังเป็นตัวเปรียบเทียบเสมอมา วันนี้ถึงแม้มันสำปะหลังจะเป็นหนึ่งในพืชหลักของไทย แต่ราคาก็ยังผันผวน ยิ่งถ้ารัฐบาลกดราคาเอทานอลลง ก็อาจส่งผลกระทบกับผู้ปลูกมันสำปะหลังทันที การส่งออกมันสำปะหลังส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยตลาดประเทศจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ดีกว่าในปัจจุบัน ไทยคงต้องหันมาพัฒนาการผลิตพลังงานจากมันสำปะหลังมากขึ้น อาจเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี การเพิ่มปริมาณการใช้เอทานอล ซึ่งคงจะดีกว่าทุ่มทุนไปนำเข้าพลังงานทดแทนที่ไทยเองได้แค่ติดตั้งเครื่องจักร ในบรรดาราคาพืชหลักของประเทศไทย อันได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์มน้ำมันและยางพารา จะเห็นได้ว่า ยางพาราเป็นไม้ยืนต้นที่ต้องมีการวางแผนการปลูกให้ดี เนื่องจาก ยางพารา ต้องแข่งขันราคากับพลังงานจากฟอสซิล อันเนื่องมาจากยางเทียมเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำมันนั่นเอง แต่ยางพาราก็มีจุดแข็งคือ ต้นยางพาราสามารถใช้ประโยชน์ได้แทบทุกชิ้นส่วน วันนี้ คสช. มีนโยบายให้ตัดลดปริมาณสวนยางลง เพื่อเป็นการพยุงราคายางแผ่น ซึ่งโดยปกติสวนยางที่อายุเกิน 20 ปี ก็ต้องตัดโค่นปลูกใหม่เพื่อเพิ่มผลผลิตอยู่แล้ว แต่ชาวไร่ยังต้องอาศัยรายได้จากการขายน้ำยางพาราจึงยังไม่มีการตัดโคนมากเท่าที่ควร ขอก้าวข้ามไปถึงเรื่องของป่าไม้ในประเทศไทย บางท่านอาจไม่ทราบว่า ป่าไม้ของไทยในส่วนของป่าอนุรักษ์ เราสามารถรักษาให้อยู่ในเป้าหมายได้ ส่วนป่าเศรษฐกิจเรามีไม่เพียงพอ ดังนั้นการปลูกไม้ยืนต้นประเภทพืชพลังงานรวมทั้งยางพารายังถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น ส่วนพืชโตเร็ว เช่น สแกนา กฐินยักษ์ ฯลฯ รัฐก็ควรส่งเสริมให้ปลูกเพื่อผลิตพลังงานจะถือว่าเป็นการปลูกป่าเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และช่วยให้ชาวสวนมีรายได้เพิ่มขึ้น ต้นยางหมดอายุหนึ่งต้น ที่ถูกตัดโค่นจะมีส่วนใช้ประโยชน์มากมาย โรงเลื่อยทั่วไปหันมานำส่วนที่เหลือจากการผลิตไม้แผ่น มาผลิต Biomass Pellets ซึ่งตลาดส่งออกราคาค่อนข้างดีตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้ว แต่ปัจจุบันราคาอาจจะผันผวนไปบ้าง ซึ่งภาครัฐควรหันมาส่งเสริมให้ใช้ Wood Pellets ในโรงงานอุตสาหกรรมจะเกิดความยั่งยืนกว่าการอาศัยตลาดส่งออกเพียงอย่างเดียว คงต้องมีเจ้าภาพที่มีทั้งอำนาจและหน้าที่เข้ามาช่วย นอกจากนี้การขอใบอนุญาตจากกรมป่าไม้เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ผลิตเชื้อเพลิงอัดแท่งจากการตัดไม่ทำลายป่า (FSC) ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อีกต่อไป จากการยกตัวอย่างพืชหลัก 4 ชนิด ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งด้านเกษตรและพลังงานมาให้ดูตัวอย่างแล้วนั้น ได้เวลาหรือยังที่ประเทศไทยจะมีการกำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไปสู่เกษตรพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข ระหว่างผู้ปลูกไปจนถึงผู้ผลิตพลังงาน การออก พ.ร.บ. หรือ ม.44 นั้น ชาติได้ประโยชน์ไปแบบเต็มๆ เรียบเรียงบทความโดยCopyright: www.energysavingmedia.com


Categories: บทความ
Page: 1 2 3 4

“สนธิรัตน์”ลงพื้นที่ภาคใต้ เร่งขับเคลื่อนศก.ฐานรากแก้จน
“สนธิรัตน์”ลงพื้นที่ภาคใต้ เร่งขับเคลื่อนศก.ฐานรากแก้จน
'พลังงาน' จ่อออกประกาศรับซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าชุมชนกลุ่ม 'Quick win'
'พลังงาน' จ่อออกประกาศรับซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าชุมชนกลุ่ม 'Quick win'
เรียกคะแนน พลิกศรัทธา “โรงไฟฟ้าชุมชน”
เรียกคะแนน พลิกศรัทธา “โรงไฟฟ้าชุมชน”
รัฐลุยโรงไฟฟ้าชุมชน 7.5 หมื่นล้าน แก้กับดักยากจน
รัฐลุยโรงไฟฟ้าชุมชน 7.5 หมื่นล้าน แก้กับดักยากจน
กกพ. กฟผ. และ พพ. นัดถกกำหนดพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน สัปดาห์หน้า
กกพ. กฟผ. และ พพ. นัดถกกำหนดพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน สัปดาห์หน้า
รมว.พลังงาน ลุยอีสาน เร่งแจ้งเกิดโรงไฟฟ้าชุมชน Quick Win ขับเคลื่อนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน
รมว.พลังงาน ลุยอีสาน เร่งแจ้งเกิดโรงไฟฟ้าชุมชน Quick Win ขับเคลื่อนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน
'โรงไฟฟ้าชุมชน' จ่อเปิดยื่น ก.พ.นี้
'โรงไฟฟ้าชุมชน' จ่อเปิดยื่น ก.พ.นี้
มติ กพช. ปลุกกระแสตื่นตัวโรงไฟฟ้าชุมชน
มติ กพช. ปลุกกระแสตื่นตัวโรงไฟฟ้าชุมชน
Biomass Expo 28 Feb - 5 Mar in Tokyo, Japan 2017
Biomass Expo 28 Feb - 5 Mar in Tokyo, Japan 2017
นับพันคนแห่รับ”สนธิรัตน์” หนุนโรงไฟฟ้าชุมชนแก้จน
นับพันคนแห่รับ”สนธิรัตน์” หนุนโรงไฟฟ้าชุมชนแก้จน
กพช.คลอดเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน ตั้งเป้า 700 MW อัตรารับซื้อ 3-5 บาทต่อหน่วย
กพช.คลอดเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน ตั้งเป้า 700 MW อัตรารับซื้อ 3-5 บาทต่อหน่วย
นักวิจัย มจธ. สุดเจ๋ง ! สร้างหุ่นยนต์ทำความสะอาดแผงโซลาร์
นักวิจัย มจธ. สุดเจ๋ง ! สร้างหุ่นยนต์ทำความสะอาดแผงโซลาร์
เล็งทุ่ม4พันล้าน พลังงานชุมชน
เล็งทุ่ม4พันล้าน พลังงานชุมชน
Biomass Expo 6-12 September in Osaka, Japan 2016
Biomass Expo 6-12 September in Osaka, Japan 2016
โรงไฟฟ้าชุมชนคึกคัก เอกชนเล็งแจกหุ้นฟรี 20%
โรงไฟฟ้าชุมชนคึกคัก เอกชนเล็งแจกหุ้นฟรี 20%
Biomass Expo 2-4 March in Tokyo, Japan 2016
Biomass Expo 2-4 March in Tokyo, Japan 2016

Page: 1 2 3 4




   คณะผู้บริหาร



   ลิงค์หน่วยงานสำคัญ
http://www.eppo.go.th/
¡ÒÃä¿¿éÒ½èÒ¼ÅÔµ
¡ÒÃä¿¿éÒ¹¤ÃËÅǧ
¡ÒÃä¿¿éÒÊèǹÀÙÁÔÀÒ¤

http://maxwatt.in/
TURBINE MAXWATT

http://www.camda.cc/
ESP TENGY

ธนาคารแห่งประเทศไทย
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

หน้าแรก  |  พันธกิจ /วิสัยทัศน์  |  ประวัติ ความเป็นมา  |  ติดต่อเรา  |  แผนที่  |  Eng  |  มุมนักลงทุน-Investor
Copyright©2020 Biomass-Consult.com / Email:
 
by North-Services